โครงสร้างเศรษฐศาสตร์และการวิเคราะห์ความน่าจะเป็น (Mathematics & Economics)
บาคาร่าได้รับการยอมรับในเชิงคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuarial Science) ว่าเป็นเกมที่คาสิโนมีความได้เปรียบ (House Edge) ต่ำที่สุดเกมหนึ่ง แต่ด้วย ทฤษฎีความน่าจะเป็น (Probability Theory) และ กฎของจำนวนมาก (Law of Large Numbers) คาสิโนต่างประเทศจึงสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลอย่างเป็นระบบ
4.1 ความได้เปรียบของคาสิโน (House Edge) ในแต่ละตัวเลือก
| ตัวเลือกการเดิมพัน (Bet Option) | อัตราจ่าย (Payout) | ค่าความน่าจะเป็นที่ชนะ (Win Probability) | ความได้เปรียบของคาสิโน (House Edge) |
| เจ้ามือ (Banker) | 1 : 0.95 (หักคอมมิชชัน 5%) | 45.86% | 1.06% |
| ผู้เล่น (Player) | 1 : 1 | 44.62% | 1.24% |
| เสมอ (Tie) | 1 : 8 | 9.52% | 14.36% |
| คู่เจ้ามือ / คู่ผู้เล่น (Pair) | 1 : 11 | 7.47% | 10.36% |
จากตารางจะเห็นได้ว่า การเดิมพันฝั่ง Banker มีค่า House Edge ต่ำที่สุดเพียง 1.06% ซึ่งหมายความว่า ในระยะยาว หากมีการเดิมพันรวม 100 บาท คาสิโนจะทำกำไรโดยเฉลี่ย 1.06 บาท การหักค่าคอมมิชชัน 5% ในฝั่ง Banker จึงเป็นกลไกชดเชยทางคณิตศาสตร์ เนื่องจากฝั่ง Banker มีข้อได้เปรียบทางกติกาในการจั่วไพ่ใบที่สามทีหลังฝั่ง Player
4.2 ระบบกำไรจากยอดหมุนเวียน (Rolling Commission / Rebate System)
สำหรับคาสิโนต่างประเทศ รายได้หลักไม่ได้มาจากเงินที่ผู้เล่นเสียเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก “ยอดเทิร์นโอเวอร์” (Turnover) หรือยอดหมุนเวียนการเดิมพัน คาสิโนจะมอบค่าคอมมิชชัน (Rolling Commission) ให้แก่เอเย่นต์หรือกลุ่ม VIP ในอัตรา 0.5% – 1.8% ของยอดเดิมพันรวมทั้งหมด ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ กลไกนี้กระตุ้นให้เอเย่นต์ดึงดูดผู้เล่นให้วางเดิมพันบ่อยที่สุดและยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้
Leave a Reply